โคราชวิกฤตพิษสุนัขบ้า! สัตว์ติดเชื้อพุ่ง 42 ตัว ดับ 1 ราย

สถานการณ์พิษสุนัขบ้าโคราชวิกฤต! สัตว์ติดเชื้อพุ่ง 42 ตัว ดับแล้ว 1 ราย สสจ. ลุยคุมโรคประกาศเขตระบาดชั่วคราว เร่งฉีดวัคซีนสัตว์และเตือน ปชช. ระวังตัว
นครราชสีมา (23 ตุลาคม 2569) - นายแพทย์วิชาญ คิดเห็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยสถานการณ์และสถิติการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่า สถานการณ์ในห้วงระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 22 ตุลาคม 2569 น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากตรวจพบสัตว์ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าสะสมสูงถึง 42 ตัว และมีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าแล้วจำนวน 1 ราย นอกจากนี้ ยังพบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงรวมทั้งสิ้น 276 ราย ซึ่งทั้งหมดได้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคแล้ว โดยแบ่งเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบชุดจำนวน 237 ราย และยังมีผู้สัมผัสอีก 39 รายที่อยู่ระหว่างการติดตามนัดหมายรับวัคซีนในเข็มถัดไปเพื่อให้ครบตามกำหนด
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ได้บูรณาการร่วมกับทีมปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ (CDCU) ทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ รวมถึงสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและปศุสัตว์อำเภอทุกแห่ง จัดประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์พร้อมสื่อสารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งวางมาตรการควบคุมและป้องกันโรคในพื้นที่เสี่ยงอย่างเข้มงวด ด้วยการระดมฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์รอบจุดเกิดโรคในรัศมี 5 กิโลเมตร พร้อมทั้งออกประกาศกำหนดให้พื้นที่เกิดโรคเป็น "เขตโรคระบาดชนิดพิษสุนัขบ้าชั่วคราว" เพื่อจำกัดการเคลื่อนย้ายสัตว์และควบคุมการแพร่ระบาดไม่ให้ขยายวงกว้าง
นอกจากนี้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้ร่วมมือกับสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา ในการสำรวจประชากร สุนัข และแมว ในแต่ละพื้นที่อย่างละเอียด พร้อมทั้งเร่งรัดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกแห่ง ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ให้ครอบคลุมไม่น้อยกว่า 80% ของประชากรสัตว์ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ไปยังทุกหมู่บ้านและชุมชน หากประชาชนพบเห็นสัตว์ป่วย สัตว์ตาย หรือมีอาการผิดปกติแปลกไปจากเดิม ให้รีบแจ้งสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่โดยเร็ว เพื่อเจ้าหน้าที่จักได้เร่งเข้าตรวจสอบ ติดตาม และวางมาตรการควบคุมป้องกันโรคทั้งในคนและสัตว์อย่างทันท่วงที
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เน้นย้ำด้วยว่า ตามกฎหมายและประกาศของกรมปศุสัตว์ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า "เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องพาสัตว์เลี้ยงของตนไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี" โดยเฉพาะสุนัขและแมวทุกตัว รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ ที่มีความเสี่ยง เช่น กระต่าย และกระรอก โดยการฉีดวัคซีนเข็มแรกจะต้องเริ่มทำเมื่อสัตว์มีอายุตั้งแต่ 2-3 เดือนขึ้นไป ฉีดเข็มที่ 2 หลังจากเข็มแรกประมาณ 1-3 เดือน และฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นซ้ำเป็นประจำปีละ 1 ครั้ง ประชาชนจึงไม่ควรชะล่าใจเด็ดขาด เนื่องจากหากถูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะสัตว์ของผู้อื่นหรือสัตว์จรจัดไม่มีเจ้าของ กัด ข่วน หรือเลียบริเวณที่มีแผล จะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะได้รับเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้า และหากได้รับเชื้อจนลุกลามแสดงอาการป่วยออกมา จะไม่สามารถรักษาให้หายได้และมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 100% ดังนั้น จึงต้องป้องกันไว้ก่อนที่จะสายเกินแก้ หากพบสัตว์เลี้ยงมีเจ้าของและมีอาการต้องสงสัย ให้กักตัวสัตว์ไว้ดูอาการอย่างน้อย 10 วัน ส่วนบุคคลที่ถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลีย ให้รีบล้างทำความสะอาดบาดแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีหลายๆ ครั้ง พร้อมกับรีบเดินทางไปพบแพทย์เพื่อรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโดยเร็ว และที่สำคัญจะต้องมารับวัคซีนให้ครบชุดตามนัดหมายของแพทย์อย่างเคร่งครัด

"กรมการข้าว" จัดงาน "Thai Local Rice Fest #2" ชูอัตลักษณ์ข้าว 4 ภาค

โคราชวิกฤตพิษสุนัขบ้า! สัตว์ติดเชื้อพุ่ง 42 ตัว ดับ 1 ราย

1 ราศีเท่านั้น! โชคลาภพุ่งจัดเต็ม หลังดาวพฤหัสย้าย 20 ต.ค.

5 ราศีเท่านั้น! ดวงหลุดพ้นวิบากกรรม งานปัง การเงินคล่องตัว
















