ย้อนประวัติ "อดีตผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี" เซ็นเด้งนายอำเภอบ้านสร้าง

ย้อนประวัติ “วีระพันธ์ ดีอ่อน” อดีตผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี หลังตัดสินใจทำหนังสือถึงส่วนกลาง เสนอพิจารณาย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์
วันที่ 8 ต.ค. 2569 ชื่อของ “นายวีระพันธ์ ดีอ่อน” อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังปรากฏว่าเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ เจ้าตัวได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมการปกครอง ขอให้พิจารณาย้าย “นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ” นายอำเภอบ้านสร้าง โดยระบุถึงปัญหาการทำงานและการประสานงานในการบริหารจัดการเหตุสาธารณภัย
ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่ เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์อุทกภัย ขณะที่นายเสฏฐวุฒิยืนยันว่า ที่ผ่านมาทำงานช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ และพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
ทั้งนี้ นายวีระพันธ์เคยตกเป็นที่สนใจมาแล้วเมื่อเดือน เม.ย. 2568 จากกรณีแต่งตั้ง Juncheng Zhu นักธุรกิจชาวจีน เป็นที่ปรึกษา ก่อนจะยกเลิกคำสั่งในเวลาต่อมา ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม
ล่าสุด นายวีระพันธ์ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” เปิดใจถึงเหตุผลที่ตัดสินใจเสนอให้ย้ายนายอำเภอบ้านสร้างในวันสุดท้ายก่อนเกษียณ โดยระบุว่า ปัญหาสำคัญคือเรื่อง “ภาวะผู้นำ” และการทำงานร่วมกับบุคคลและหน่วยงานต่างๆ
นายวีระพันธ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยพิจารณาเรื่องดังกล่าวมาแล้ว เพราะมองว่านายอำเภอบ้านสร้างมีปัญหาในการทำงานร่วมกับทั้งชาวบ้าน ผู้นำในพื้นที่ และผู้บังคับบัญชา แต่เหตุการณ์ที่ทำให้ตัดสินใจอย่างจริงจังคือสถานการณ์น้ำท่วม
โดยระบุว่า อำเภอบ้านสร้างเป็นพื้นที่ที่น้ำไหลเข้ามาภายหลังพื้นที่อื่นๆ และทางจังหวัดมีการสั่งการเตรียมความพร้อมมาโดยตลอด แต่เมื่อถึงเวลาจริงกลับเกิดปัญหาในการปฏิบัติงานและการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนทำให้สถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
อดีตผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี ยังกล่าวว่า ในช่วงวิกฤต ผู้ว่าฯ และหน่วยงานต่างๆ ต้องระดมกำลังช่วยเหลือประชาชน หากคนในพื้นที่มีปัญหาเรื่องการประสานงาน ก็จะยิ่งทำให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างยากลำบาก พร้อมยอมรับว่า มีหลายฝ่ายพยายามเข้าไปช่วยเหลือ แต่กลับเกิดปัญหาในการทำงานร่วมกัน
ส่วนกรณีที่นายอำเภอบ้านสร้างมีการทำคอนเทนต์และสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง นายวีระพันธ์มองว่า ภาพลักษณ์ที่ประชาชนเห็นผ่านสื่อกับการทำงานจริงเป็นคนละเรื่องกัน หากการทำงานในสถานการณ์จริงยังมีปัญหา ก็จำเป็นต้องพิจารณาแก้ไข
นายวีระพันธ์กล่าวอีกว่า ในฐานะผู้บังคับบัญชา หากพบว่าการทำงานติดขัดตรงไหน ก็มีหน้าที่ต้องเข้าไปแก้ไข และเรื่องนี้ตนเองคิดทบทวนหลายครั้ง ก่อนตัดสินใจทำหนังสือในวันสุดท้ายก่อนเกษียณ เพราะไม่ต้องการปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อ
พร้อมย้ำว่า สิ่งที่กังวลคือเรื่องภาวะผู้นำ การทำงาน และการประสานงาน หากปล่อยให้ดำรงตำแหน่งต่อไปอีกหลายปี ปัญหาอาจไม่ได้รับการแก้ไข จึงเลือกส่งเรื่องให้ส่วนกลางพิจารณาตามขั้นตอน

เศร้า กู้ภัยวัย 17 จากไปกะทันหัน แต่ทว่าหัวใจยังช่วยเหลือคนอื่น

ส่องเสียงสะท้อนชาวบ้าน หลังคำสั่งเด้งด่วน "นายอำเภอบ้านสร้าง" เซ่นปมน้ำท่วม

เจอแล้วต้นตอ คนทำเครื่องบินฟลายดูไบ ดิ่งถึง 2 รอบ เบื้องลึกขนลุก

กระจ่างแล้ว "ลูกชายป้าแมว" เผยสาเหตุแม่ไม่มาโหนกระแส
















