ข่าว

ถึงว่า ญาติไม่เคยเอะใจ บ้านป้าแมว บังคับให้สร้างภาพ ไม่ทำโดนน่วม

08 ต.ค. 2569 | 12:47 น.
ถึงว่า ญาติไม่เคยเอะใจ บ้านป้าแมว บังคับให้สร้างภาพ ไม่ทำโดนน่วม

“แม่ภัทร” เปิดเบื้องหลังภาพยิ้ม ถูกบังคับถ่ายรูปส่งญาติ หากไม่ทำตามเจอทุบตี มิน่าญาติคนอื่นๆไม่เคยเอะใจสภาพชีวิตข้างใน

กลายเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่สะเทือนใจ สำหรับกรณี “แม่ภัทร” หญิงที่ออกมาเปิดเผยชีวิตตลอดกว่า 2 ปี ภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี หลังถูกกล่าวหาว่าลูกชายแท้ ๆ สั่งการให้ทีมกู้ภัยและอาสาสมัครพาตัวออกจากบ้านพักย่านลาดพร้าว ก่อนถูกนำไปกักขังและทำร้ายร่างกาย โดยหนึ่งในวิธีที่ทำให้คนภายนอกไม่เอะใจ คือการถ่ายรูปส่งให้ญาติ แต่ภาพที่ปรากฏกลับไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง

 

ถึงว่า ญาติไม่เคยเอะใจ บ้านป้าแมว บังคับให้สร้างภาพ ไม่ทำโดนน่วม

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถึงว่า ญาติไม่เคยเอะใจ บ้านป้าแมว บังคับให้สร้างภาพ ไม่ทำโดนน่วม

 

นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พานางภัทร (นามสมมุติ) เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยแม่ภัทรยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

แม่ภัทรเล่าว่า ระหว่างที่ถูกกักขังอยู่ภายในศูนย์ฯ หากเจ้าหน้าที่ต้องการถ่ายรูปส่งให้ญาติ จะบังคับให้เธอยิ้มและทำทีว่ามีความสุข เพื่อให้ภาพที่ส่งออกไปดูเหมือนว่าทุกอย่างเป็นปกติ ทั้งที่ความเป็นจริงต้องอยู่ภายใต้การควบคุมและถูกทำร้าย

หากไม่ยอมยิ้มหรือไม่ทำตามที่สั่ง จะถูกทุบตีอย่างหนัก ทำให้เธอต้องฝืนแสดงสีหน้าให้ดูมีความสุขทุกครั้งที่มีการถ่ายภาพ แม้ภายในใจจะหวาดกลัวและต้องการความช่วยเหลือก็ตาม

สิ่งที่ญาติได้รับจึงเป็นเพียง “ภาพ” ที่ถูกจัดฉากขึ้น ขณะที่แม่ภัทรระบุว่า ชีวิตจริงภายในศูนย์ฯ กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

ย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ก่อนถูกนำตัวไปยัง จ.กาญจนบุรี แม่ภัทรระบุว่า เหตุเกิดขึ้นที่บ้านพักในพื้นที่วังทองหลาง โดยลูกชายอยู่ในที่เกิดเหตุและอ้างว่าจะมาคุยเรื่องงาน ก่อนที่เธอจะกดรีโมตเปิดประตูบ้านให้ จากนั้นมีชายแปลกหน้า 2 คนเข้ามาพร้อมกัน

ถึงว่า ญาติไม่เคยเอะใจ บ้านป้าแมว บังคับให้สร้างภาพ ไม่ทำโดนน่วม

 

ชายคนหนึ่งเข้ามาทางด้านหลังและล็อกปิดปาก ส่วนอีกคนยกขาอุ้มแม่ภัทรออกไปนอกรั้วบ้าน ก่อนนำขึ้นรถตู้ที่จอดอยู่ข้างกำแพง โดยแม่ภัทรระบุว่ากลุ่มคนที่มาจับตัวมีลักษณะเป็นทีมกู้ภัยหรืออาสาสมัคร

เมื่อถูกนำตัวไปถึงท้ายรถตู้และปล่อยมือออกจากปาก แม่ภัทรพยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่ถูกผลักขึ้นรถและถูกต่อย พร้อมถูกบอกไม่ให้ร้อง จากนั้นถูกใช้กุญแจมือล็อกและให้นอนบนเปลภายในรถ

แม่ภัทรระบุว่า สามารถจำรอยสักบริเวณมือของชายที่จับตัวได้ และพยายามสอบถามตลอดทางว่าจะถูกพาไปที่ไหน เพราะขณะนั้นเกรงว่าจะถูกอุ้มไปฆ่า

ระหว่างทางมีการเปลี่ยนรถตู้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งบริเวณใต้สะพานยูเทิร์นเพชรเกษม 97 โดยรถคันใหม่จอดเทียบชิดกับรถคันเดิม ก่อนที่แม่ภัทรจะถูกผลักข้ามไปยังรถอีกคันในทันที ไม่มีโอกาสหลบหนีหรือร้องขอความช่วยเหลือ เพราะเกรงว่าจะถูกทำร้ายซ้ำ

ในช่วงที่รถคันเดิมกำลังถอยออก แม่ภัทรสามารถสังเกตและจดจำเลขทะเบียนรถที่ใช้จับตัวมาได้

ระหว่างเดินทาง แม่ภัทรเล่าว่าได้ขอเข้าห้องน้ำเนื่องจากปวดท้อง แต่คนที่ควบคุมตัวปฏิเสธ พร้อมบอกให้ปัสสาวะรดกางเกงหากทนไม่ไหว ทำให้เธอถึงกับถามผู้คุมตัวว่า ลูกชายมาพาไปฆ่าใช่หรือไม่ และหากจะฆ่า อย่าทรมาน ขอให้ทำทีเดียว

เมื่อเดินทางถึงศูนย์ดูแลผู้สูงอายุใน จ.กาญจนบุรี แม่ภัทรระบุว่า ถูกล็อกกุญแจมือแน่นจนเกิดรอยเขียว ก่อนมีชาย 2 คน และหญิง 1 คนมารับตัวไป เมื่อหันไปเห็นลูกชายอยู่ในที่เกิดเหตุ เธอไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ เพราะรู้สึกจุกในอก และภายหลังทราบว่าลูกชายเป็นผู้จ้างจริง

จากนั้นเธอต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในศูนย์ฯ นานกว่า 2 ปี โดยอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกายและควบคุมอย่างเข้มงวด ขณะที่ภาพถ่ายซึ่งถูกส่งให้ญาติกลับต้องเป็นภาพที่เธอยิ้มและทำเหมือนว่ามีความสุข

แม่ภัทรยืนยันว่า แม้จะรู้สึกสงสารลูกชาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นรุนแรงเกินกว่าจะรับไหว จึงต้องการให้ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย และจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งกลุ่มอาสาสมัครหรือทีมกู้ภัยที่ถูกกล่าวหาว่าเข้ามาพาตัวออกจากบ้าน “ป้าแมว” เจ้าของศูนย์ฯ ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมข่มขู่ ตบตี และใช้ไม้พายทำร้ายร่างกาย รวมถึงลูกชายผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สั่งการ

ด้านนายเอกภพ ระบุว่า เหตุผลที่พาผู้เสียหายมาแจ้งความที่ สน.วังทองหลาง เนื่องจากเป็นท้องที่เกิดเหตุในส่วนของการถูกอุ้มตัว และผู้เสียหายไม่มั่นใจการทำงานของ สภ.ท่าม่วง ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของศูนย์ฯ โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ในศูนย์ฯ มีแฟนเป็นตำรวจคอยช่วยเหลืออยู่ตลอด

ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับพนักงานสอบสวน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจว่าจะรับทำคดีเองหรือส่งต่อให้กองบังคับการปราบปราม รวมถึงพิจารณาแจ้งข้อหากับผู้เกี่ยวข้องเป็นรายบุคคลต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

เศร้า กู้ภัยวัย 17 จากไปกะทันหัน แต่ทว่าหัวใจยังช่วยเหลือคนอื่น

เศร้า กู้ภัยวัย 17 จากไปกะทันหัน แต่ทว่าหัวใจยังช่วยเหลือคนอื่น

ส่องเสียงสะท้อนชาวบ้าน หลังคำสั่งเด้งด่วน "นายอำเภอบ้านสร้าง" เซ่นปมน้ำท่วม

ส่องเสียงสะท้อนชาวบ้าน หลังคำสั่งเด้งด่วน "นายอำเภอบ้านสร้าง" เซ่นปมน้ำท่วม

เจอแล้วต้นตอ คนทำเครื่องบินฟลายดูไบ ดิ่งถึง 2 รอบ เบื้องลึกขนลุก

เจอแล้วต้นตอ คนทำเครื่องบินฟลายดูไบ ดิ่งถึง 2 รอบ เบื้องลึกขนลุก

กระจ่างแล้ว "ลูกชายป้าแมว" เผยสาเหตุแม่ไม่มาโหนกระแส

กระจ่างแล้ว "ลูกชายป้าแมว" เผยสาเหตุแม่ไม่มาโหนกระแส

ถึงว่า ญาติไม่เคยเอะใจ บ้านป้าแมว บังคับให้สร้างภาพ ไม่ทำโดนน่วม

ถึงว่า ญาติไม่เคยเอะใจ บ้านป้าแมว บังคับให้สร้างภาพ ไม่ทำโดนน่วม