ชายวัย 58 ปี งดมื้อเย็นนาน 3 ปี หวังลดพุง ผลลัพธ์ที่ได้ใครจะคิด

หนุ่มใหญ่วัย 58 ปี ตัดสินใจงดอาหารเย็นต่อเนื่องเป็นเวลานานถึง 3 ปี หวังลดพุง - ลดน้ำหนัก ผลลัพธ์ที่ได้ใครจะคิด
กลายเป็นเรื่องเตือนใจสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร หลังชายชาวจีนวัย 58 ปี ตัดสินใจงดอาหารเย็นต่อเนื่องเป็นเวลานานถึง 3 ปี เพราะเชื่อว่าจะช่วยลดน้ำหนัก ลดไขมันหน้าท้อง และทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับเริ่มมีอาการผิดปกติ จนต้องเข้ารับการตรวจและพบความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร
รายงานระบุว่า ชายคนดังกล่าวใช้นามสกุล “จาง” อาศัยอยู่ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยเขาเลือกใช้วิธีไม่รับประทานอาหารหลังเที่ยง เพื่อควบคุมน้ำหนักและรักษารูปร่าง ช่วงแรกน้ำหนักลดลงและหน้าท้องดูแบนลง ทำให้เขาเชื่อมั่นว่าวิธีดังกล่าวได้ผล จึงทำต่อเนื่องเรื่อยมา
อย่างไรก็ตาม หลังจากงดมื้อเย็นเป็นเวลานาน นายจางเริ่มมีอาการปวดท้อง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร และระบบย่อยอาหารผิดปกติ แม้ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือน แต่เขายังคงทำพฤติกรรมเดิมต่อไป ก่อนที่ครอบครัวจะพาไปพบแพทย์ในที่สุด
ผลตรวจจากโรงพยาบาลพบว่า นายจางมีภาวะเยื่อบุกระเพาะอาหารฝ่อ กระเพาะอาหารอักเสบจากน้ำดีไหลย้อน และระดับฮอร์โมนแกสตรินสูงผิดปกติ โดยรายงานระบุว่าแพทย์เชื่อมโยงความผิดปกติที่พบกับพฤติกรรมการงดอาหารเป็นเวลานาน
ดร.หลี่ หมิง หัวหน้าแผนกทางเดินอาหาร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนียน อธิบายว่า ร่างกายมนุษย์ทำงานสัมพันธ์กับนาฬิกาชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงเวลารับประทานอาหารอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารและการทำงานของฮอร์โมนได้
แม้ไม่มีอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหาร แต่กระเพาะยังคงมีการหลั่งกรด ขณะที่น้ำดีมีหน้าที่ช่วยย่อยอาหาร หากเกิดการไหลย้อนกลับเข้าสู่กระเพาะ ก็อาจทำให้เยื่อบุกระเพาะระคายเคืองและเกิดการอักเสบได้ อย่างไรก็ตาม ความผิดปกติของกระเพาะอาหารมีได้หลายสาเหตุ จึงไม่ควรสรุปว่าการงดมื้อเย็นเป็นต้นเหตุโดยตรงในทุกกรณี
ปัจจุบันการอดอาหารเป็นช่วง ๆ หรือ Intermittent Fasting รวมถึงการจำกัดช่วงเวลารับประทานอาหาร ได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก แต่การลดน้ำหนักด้วยวิธีดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับผลดีเหมือนกัน
บางคนอาจมีอาการเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย หงุดหงิด นอนไม่หลับ หรือหิวมากในช่วงดึก จนกลับไปรับประทานอาหารมากขึ้นในมื้อถัดไป การจำกัดอาหารมากเกินไปยังอาจทำให้ได้รับพลังงานและสารอาหารไม่เพียงพอได้ด้วย
ดังนั้น ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักควรพิจารณาสุขภาพและความต้องการพลังงานของตนเอง ไม่ควรใช้วิธีอดอาหารอย่างหักโหมเพียงเพราะเห็นผลลัพธ์ของผู้อื่นบนโลกออนไลน์
แนวทางที่ช่วยให้ควบคุมน้ำหนักได้อย่างยั่งยืน คือการปรับปริมาณและคุณภาพอาหารให้เหมาะสม โดยมื้อเย็นสามารถรับประทานอาหารให้ครบหมู่ในปริมาณพอเหมาะ เช่น ข้าวกล้องหรือธัญพืชไม่ขัดสี ร่วมกับปลา เนื้อไม่ติดมัน ไข่ และผักหลากหลายชนิด
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารปริมาณมากใกล้เวลานอน ลดอาหารทอดและอาหารที่มีไขมันสูง รวมถึงจัดเวลารับประทานอาหารให้สม่ำเสมอ โดยผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือปัญหาระบบทางเดินอาหารควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับรูปแบบการกินอย่างจริงจัง
กรณีของนายจางจึงเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ว่า การลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องแลกกับการอดอาหารจนเกินไป เพราะเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงตัวเลขบนตาชั่งที่ลดลง แต่คือการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงในระยะยาว ทั้งการรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ
ข้อมูลจาก soha

ยิ่งฟังยิ่งเจ็บ เพื่อนเผย "บุ๋ม ปนัดดา" รักอดีตน้องคนสนิทแค่ไหน

"อธิบดีเซมเบ้" เคลียร์ชัด เงินเยียวยาน้ำท่วม งบคลังหมดจริงไหม เปิดเบื้องหลังระบบจ่ายเงิน

ชายวัย 58 ปี งดมื้อเย็นนาน 3 ปี หวังลดพุง ผลลัพธ์ที่ได้ใครจะคิด

ข้าราชการ-ลูกจ้างประจำ เช็ก เปลี่ยนรับเงินเดือนผ่าน PromptPay เลขบัตรประชาชน เริ่ม พ.ค. 70
















